Unicorn Union Co.,Ltd.  (ยูนิคอร์น กรุ๊ป)
จำหน่ายแผ่นคอมโพสิต สีมีมากกว่า 140 เฉดสี  มีทีมติดตั้งทั่วประเทศไว้คอยบริการ   มีเครื่องมือติตั้งและอุปกรณ์ครบทุกอย่างที่เดียว ไม่ต้องหาที่อื่น  สินค้าคุณภาพ  ตามมาตรสากล  มีให้เลือกหลากหลายทั้งราคา  และสีสัน ใช้ตกแต่งได้ทั้งภายในและภายนอก อายุการใช้งานถึง 20 ปี สามารถสั่งผลิตสีตามชาร์ต สั่งความยาวได้ตามต้องการ 
 Email : u0858051410@gmail.com,u0631952861@gmail.com

Online จ-ส Tel.02-4207634 , 02-4205613, 086-3165814,0992014181,0888876846
 Online ทุกวัน   Service 085-8051410,063-1952861   LINE ID : unicornunion  



  
 UNICORN GROUP

 สถิติวันนี้ 234 คน
 สถิติเมื่อวาน 227 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
17477 คน
143866 คน
169766 คน
เริ่มเมื่อ 2010-12-24
มูลค่าเว็บไซด์ 45,455USD

 


ใบรับรองสีแผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต

ใบรับรองสีแผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต

คุณสมบัติของแผ่นพลาสวู้ด (Technical Information )

TESTING ITEM

UNIT

TESTING RESULT

STANDARD

คุณสมบัติเชิงกลศาสตร์ ( MECHANICAL PROPERTIES )

ความหนาแน่น Density)

g/cm.3

0.50 - 0.70*

DIN  53420

กำลังต้านทานการดึง

(Tensile Strength (speed 50 mm./min.

N/mm.2

10 – 15

DIN  53445

การยืดตัวจนขาด ( Elongation at tear )

%

15 -35

DIN  53445

มอดูลัสความยืดหยุ่น ,สัมประสิทธิ์ความยืดหยุ่น

Modulus of elasticity )

N/mm.2

1,000 -1,400

DIN  53457

กำลังต้านทานการโค้งงอ (Flexural strength)

N/mm.2

15 - 30

DIN  53452

กำลังต้านทานการกระทบ (Impact strength)

Kj./ m.2

>18

DIN  53453

ความแข็ง (Shore D hardnees)

-

>45 – 70*

DIN  53505

คุณสมบัติเชิงอุณหภูมิ (THERMAL PROPERTIES)

จุดอ่อนตัว (Vicate softening point)

C

>70

DIN  53460

สัมประสิทธิ์การขยายตัวทางความร้อนเชิงเส้น

(Coefficient of linear thermal expansion)

mm./m.-c

0.06 – 0.08

DIN  53752

การนำความร้อน (Thermal conductivity)

W/m.-k

0.06 – 0.07

DIN  52612

สัมประสิทธิ์การถ่ายเท่ความร้อน (Heat Transfer Coefficient)

W/ m.2-k

1.0 – 3.0

DIN  53612

คุณสมบัติเชิงไฟฟ้า (ELECTRICAL  PROPERTIES)

ความต้านทานของผิว (Surface resistance)

-

>5 × 103

DIN  53482

ความต้านทานเฉพาะ (Specific resistance)

-

>5 × 1015

DIN  53482

กำลังของไดอิเล็คตริก (Dielectric Strength)

cm.

>60

DIN  53481

ค่าคงที่ของไดอิเล็คตริค (Dielectric Constant)

kV/cm.

1.9 – 2.0

DIN  53483

การไหม้ไฟ (Fire and Flammability)

-

Self-Extinguish

 

การดูดซับน้ำ (ในเวลา ชั่วโมงที่อุณหภูมิ 22 องศา)

(Water Absorption (Over 2 House Period at 22 Degrees))

 

%

0.028

 

 

          ตารางข้อมูลเปรียบเทียบ

   ระหว่างหลังคากระเบื้องใยหิน กระเบื้องซีเมนต์ และโปรไฟล์ Chill Shield Interlock system

      

ลำดับ

 

รายละเอียด

 

กระเบื้องใยหิน

(ลอนคู่ ลูกฟูก)

 

กระเบื้องซีเมนต์

(C-PAC)

 

แผ่น Chill Shield Interlock system

         1

น้ำหนักเฉพาะวัสดุ ( กก./ตร.ม. )

10

48

7-8

2

จำนวนที่ใช้งาน ( แผ่น/ตร.ม. )

2

11

(ยาว เมตร )

3

ราคาเฉพาะวัสดุ ( บาท / ตร.ม. )

70

360

960

4

วัสดุกันความร้อน

ใช้

ใช้

ไม่ใช้

5

ฝ้าเพดาน

จำเป็น

จำเป็น

ไม่จำเป็น

6

อายุการใช้งาน

10 – 15 ปี

10 – 15 ปี

25 ปีขึ้นไป

7

ความละเอียดของหลังคา ( ต่ำสุด )

องศา

17 องศา

องศา

8

ระยะห่างของแป

1.0 – 1.30 ม.

0.32 – 0.34 ม.

0.50 – 0.75 ม.

9

ขนาดของวัสดุ

 

 

 

 

กว้าง (ม.)

0.50

0.32

0.15

ยาว (ม.)

1.20 และ 1.50

0.40

16

ลอนสูง (ม.)

0.50 (2”)

0.035 (1.3/8”)

0.025

หนา(มม.)

5

20

7

ยูพีวีซี หรือไวนิล แตกต่างจากวัสดุอื่นๆ อย่างไร

รายการเปรียบเทียบโพลีคาร์บอเนตไวนิลเมทัลชีทดีไลท์ไฟเบอร์ซีเมนต์ไม้สังเคราะห์WPCไม้คาบอแน็กซ์ฝกรีนวู้ด
วัสดุที่ใช้ผลิตเม็ดพลาสติก (Poly) ลูกฟูกโพลิเมอร์สังเคราะห์ Unplasticised Poly Vinyl Chloride (uPVC)แผ่นเหล็กเคลือบอลูซิงค์, แผ่นเหล็กอาบสังกะสีเคลือบสี (แผ่นเหล็กเคลือบโลหะผสมอะลูมิเนียมและสังกะสี)เรซิ่นคุณภาพสูง เสริมใยแก้ว (ไฟเบอร์กลาส) หรือ GRP (Glass Reinforced Polyester)ปูนซีเมนต์ + เส้นใยธรรมชาติ/เส้นใยสังเคราะห์โพลิเมอร์ กลุ่ม PE + ผงไม้, ขี้เลื่อย หรือเส้นใยPVC + ผงไม้
 โปร่งแสง ทึบแสง ทึบแสง โปร่งแสง ทึบแสง ทึบแสง ทึบแสง ทึบแสง
 การป้องกันความร้อน สะท้อนความร้อนน้อยกว่า ป้องกันความร้อนเกือบ 100% ไม่สะสมความร้อน เย็นสบายตลอดทั้งวัน ไม่ร้อนอบอ้าว ไม่ต้องใช้ฉนวน ทำให้ค่าใช้จ่ายต่ำสุด นำความร้อน ต้องใช้ฉนวน ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงกว่าหลังคา uPVC สะท้อนความร้อนได้ดีที่สุดในวัสดุหลังคาโปร่งแสง ป้องกันความร้อนได้ 50% ขึ้นอยู่กับปริมาณแสงส่องผ่าน แต่ป้องกันรังสี UV ได้ 99.99%   
 ทนแดด ทนต่อรังสี UV ทนต่ออุณหภูมิได้ตั้งแต่ -20C ถึง 120Cทนทานต่อแสงแดด รังสี UVทนทานต่อแสงแดด แต่ไม่ทนต่อรีงสี UVกันความร้อนได้ดีกว่าโพลีคาร์บอเนต เนื่องจากแผ่นทึบกว่าทนอุณหภูมิและความร้อนได้สูงกว่า เหมาะกับการใช้งานเขตร้อน (240C)ทนอุณหภูมิและความร้อนได้ต่ำกว่า (70C)ทนแดดได้ดีระดับหนึ่ง
การกระแทก / ความแข็งแรงทนแรงกระแทกทนแรงการกระแทก ไม่แตกหักง่ายไม่ทนแรงกระแทก อาจเสียรูปแทรงทนแรงกระแทกเปราะ แตกหักได้ทนแรงกระแทกมีความยืดหยุ่นดีกว่า ดัดโค้งได้ ทำให้แตกหักได้ยาก
ทนปลวก แมลงที่เป็นศัตรูของไม้ทนปลวก แมลงที่เป็นศัตรูของไม้ทนปลวก แมลงที่เป็นศัตรูของไม้ทนปลวก แมลงที่เป็นศัตรูของไม้ทนปลวก แมลงที่เป็นศัตรูของไม้ทนปลวก แมลงที่เป็นศัตรูของไม้ทนปลวก แมลงที่เป็นศัตรูของไม้ทนปลวก แมลงที่เป็นศัตรูของไม้
ทนความชื้นไม่ผุกร่อนไม่ผุกร่อนผุกร่อน เป็นสนิมไม่ผุกร่อนไม่ผุกร่อน ไม่บวมน้ำไม่ผุกร่อน ไม่บวมน้ำไม่มีปัญหาเรื่องการบิดงอ และไม่บวมน้ำ
ไม่ติดไฟง่ายลามไฟได้ไม่ติดไฟง่ายลามไฟได้ ไม่ลามไฟลามไฟได้ไม่ลามไฟ

ยูพีวีซีหรือไวนิล แตกต่างจากวัสดุพลาสติกอื่น ๆ อย่างไร

1.ความแตกต่างระหว่าง ยูพีวีซีหรือไวนิล และ พีวีซี

พีวีซี หรือที่รู้จักในต่างประเทศกันในนามพีวีซีโฟม มีความใกล้เคียงกับยูพีวีซีหรือไวนิลมาก แตกต่างกันแค่สารปรุงแต่งที่ใส่เพิ่มขึ้นในพีวีซี สารนี้มีชื่อว่า พลาสติไซเซอร์ ซึ่งเป็นสารชนิดที่ใส่เพื่อให้ค่าการอ่อนตัวที่มากขึ้น แต่ก็ทำให้ค่าความคงทนต่อแดด รังสียูวี และความร้อนลดลงมากในผลิตภัณฑ์พีวีซี

13pvc1
uPVCPVC


      ประเทศที่มีการผลิตและใช้งานพีวีซีเป็นอย่างมาก เช่น เยอรมนี ได้มีการอธิบายเกี่ยวกับคุณสมบัติว่า “(พีวีซี) เป็น เทอร์โมพลาสติกที่ผลิตจากสาร คลอรีน 57% ซึ่งได้มาจากเกลืออุตสาหกรรม และ 43% คาร์บอน ซึ่งได้มาจากน้ำมันบริสุทธิ์หรือก๊าซธรรมชาติ แต่พลาสติกชนิดอื่นเช่น พีอี พีพี พีอีที และ พีเอส ใช้วัตถุดิบธรรมชาติล้วนๆ ฉะนั้นพีวีซีจึงมีส่วนช่วยในการประหยัดการใช้วัตถุดิบธรรมชาติที่สิ้นเปลืองและไม่สามารถผลิตขึ้นใหม่ได้ ส่วนผสมของสารคลอรีนยังช่วยให้พีวีซีมีความคงทนต่อไฟสูงและมีคุณสมบัติที่ไม่ลามไฟ

      ผลิตภัณฑ์พีวีซีได้รับความนิยมในการใช้งานอย่างมากในวัสดุที่ไม่เผชิญกับแดดโดยตรง เพราะเป็นวัสดุที่เบา อ่อนตัว ถูก และทนทาน จึงใช้ในงาน เช่น สายไฟ ท่อน้ำ พื้นรองเท้า ขวดพลาสติก ของเล่นเด็ก ฯลฯ

คุณสมบัติของ พีวีซี และ ยูพีวีซีหรือไวนิล

 Property

 Rigid PVC 

 Flexible PVC

 Density [g/cm3] [8]

 1.3–1.45 

 1.1–1.35

 Thermal conductivity [W/(m•K)][9]

 0.14–0.28

   0.14–0.17

 Yield strength [MPa][8]

 31–60

 10–25

 Young's modulus [psi]

 490,000[10]

 

 Flexural strength (yield) [psi]

 10,500[10]

 

 Compression strength [psi]

 9500[10]

 

 Coefficient of thermal expansion (linear) [mm/(mm °C)]

 5×10−5[10]

 

 Vicat B [°C][9]

  65–100

 Not recommended

 Resistivity [Ωm][11][12]

 1016

 1012–1015

Surface resistivity [Ω][11][12]

 1013–1014

 1011–1012

 

2.ความแตกต่างระหว่าง ยูพีวีซีหรือไวนิล และ พีเอ็มเอ็มเอ

      พีเอ็มเอ็มเอ Polymethyl Methacrylate หรือที่รู้จักกันในนาม อะคริลิก เป็นการทำปฏิกิริยากันของสาร เมทิล เมทาไครเลท ผ่านวิธี โพลิเมอร์ลิเซชั่น ทำให้ได้เทอร์โมพลาสติกที่โปร่งแสง ใช้ในงานที่ต้องการความโปร่งแสงและทนต่อการร้าวและแตกหัก จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่นิยมใช้แทนกระจก และยังสามารถใช้แทนผลิตภัณฑ์ โพลีคาร์บอนเนต ในงานที่ไม่ต้องการความแข็งแรงมากนัก และพีเอ็มเอ็มเอยังไม่มีสารอันตรายชื่อ บีสเฟิ่นนอล ที่มีในโพลีคาร์บอนเนตอีกด้วย จึงทำให้พีเอ็มเอ็มเอเป็นที่นิยมใช้กันแพร่หลายเพราะมีราคาถูก ง่ายในการใช้งาน และคุณสมบัติที่ดีปานกลาง

การใช้งาน

      พีเอ็มเอ็มเอ สามารถทำสีและทำให้โปร่งแสงหรือใสได้ มีการใช้งานในอุตสาหกรรม รถยนต์ แว่นตา หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน คุณสมบัติของ พีเอ็มเอ็มเอที่คงทน ไม่บิดตัว ทำให้ดีต่อการทำแผ่นป้ายโฆษณาระยะสั้น และมีการใช้งานพีเอ็มเอ็มเอเป็นส่วนหนึ่งของหลังคาและการป้องกันน้ำ โดยการประกบวัสดุที่เป็นโพลีเอสเตอร์ระหว่างพีเอ็มเอ็มเอ 2 ข้างนั้น จะทำให้กลายเป็นวัสดุที่ทนต่อการซึมของน้ำ เป็นวัสดุที่มีความอ่อนตัวแต่ในขณะเดียวกันก็เป็นวัสดุที่ไม่สามารถจะบิด ฉีกขาด หรือเจาะ ได้

1314
uPVCPoly Methyl Methacrylate(PMMA)

3.ความแตกต่างระหว่าง ยูพีวีซีหรือไวนิล และโพลีคาร์บอนเนต (พีซี)
      โพลีคาร์บอนเนต Polycarbonate เป็นแผ่นพลาสติกใส โปร่งแสง แผ่นโพลีคาร์บอนเนตเกิดจากการทำปฏิกิริยากันของสาร คาร์บอนเนต ต่างๆ ผ่านวิธี โพลิเมอร์ลิเซชั่น ทำให้ได้เทอร์โมพลาสติก ที่มีคุณสมบัติที่ดีสำหรับใช้เสริมในการมองเห็น และถ้าเป็นสินค้าเกรดดี คุณสมบัติเช่นความคงทนต่ออากาศ และการชน จะดียิ่งขึ้น แผ่นโพลีคาร์บอนเนตนั้นมีส่วนด้อยคือ แตกง่ายและสามารถงอได้ที่อุณหภูมิปรกติ ในขณะที่แผ่น พีเอ็มเอ็มเอ ไม่งอ 

การใช้งาน

      โพลีคาร์บอนเนตนิยมใช้ในงานอุตสาหกรรมพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติก เพราะคุณสมบัติดังกล่าวทำให้โพลีคาร์บอนเนตใช้ผลิตออกมาเป็นท่อ แผ่น และงานขึ้นแม่พิมพ์ และยังสามารถผลิตวัสดุก่อสร้างเช่น โดมใส ผนังใสและเป็นแผ่นกันเสียง

1312
uPVCPolycarbonate(PC)

 

4.ความแตกต่างระหว่าง ยูพีวีซีหรือไวนิล , พีอี และ อีวีเอโฟม 
      พีอี หรือ พอลิเอทิลีน Polyethylene เกิดจากการทำปฏิกิริยากันของสาร อีไทลีน ผ่านวิธี โพลิเมอร์ลิเซชั่น ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติในการลอยตัวสูงคุณสมบัติอื่นๆคล้ายกับผลิตภัณฑ์จากพลาสติก เช่น ไม่ย่อยสลายในน้ำ กันความร้อนเย็น ละลายในอุณหภูมิสูง ไร้สาร ซีเอฟซี และดีต่อโอโซน ซึ่งค่าต่างๆเหล่านี้จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสารเคมีและคุณสมบัติของสาร ทำให้การใช้งานที่เหมาะสมต้องขึ้นอยู่กับเนื้องาน

การใช้งาน
      แผ่น พีอี นิยมใช้กันในอุตสาหกรรมการห่อ แผ่นกันความร้อน ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความลอยตัว

1316
uPVCPolyethylene(PE)

 

      อีวีเอ โฟม EVA Foam เกิดจากการทำปฏิกิริยากันของสาร อีไทลีน และ ไวนิล แอสเซอร์เทต ผ่านวิธี โพลิเมอร์ลิเซชั่น ทำให้ได้อีวีเอ โฟม ที่มีคุณสมบัติที่เบา นิ่ม สามารถผ่านกรรมวิธีทำรูปทรงด้วยความร้อน หรือเย็น ผลิตภัณฑ์อีวีเอ ไม่แข็งและไม่คงทนต่อความร้อนได้มากเท่าผลิตภัณฑ์พีอี

การใช้งาน

อีวีเอ โฟม นิยมใช้กันในอุตสาหกรรมการห่อ เครื่องกีฬา แผ่นรองรองเท้า วัสดุรับแรงสั่นสะเทือน ของเล่นเด็ก และอุปกรณ์การแพทย์บางชนิด

1317
uPVCEthylene Vinyl Acetate(EVA Foam)


5.ความแตกต่างระหว่าง ยูพีวีซีหรือไวนิล และ เอบีเอส
      เอบีเอส Acrylonitrile - Butadiene - Styrene เกิดจากการทำปฏิกิริยากันของสาร 3 ชนิด คือ สไตรีน อาร์ไคร์ลอนนีไทล์ และ โพลีบูทาร์ดีน ผ่านวิธี โพลิเมอร์ลิเซชั่น ทำให้ได้เอบีเอส หรือ อาไคร์ลอนนีไทล์ บูทาร์ดีน สไตรีน แต่ เอบีเอส ไม่สามารถกันรังสี ยูวีได้ และง่ายแก่การแตกหักเอบีเอสนิยมใช้กันในอุตสาหกรรมรถยนต์และคอมพิวเตอร์

 

1318
uPVCPVC

 

6.ความแตกต่างระหว่าง ยูพีวีซีหรือไวนิล และโพลีเอทิลีนเทอพาทาเลท(พีอีที)

      พลาสติกโพลีเอทิลีนเทอพาทาเลท (Polyethylene Terephthalate) หรือที่เรียกกันโดยย่อว่า “เพท” (PET) เป็นพลาสติกเทอร์โมพลาสติก ที่ผลิตขึ้นได้จากปฏิกิริยาเคมีระหว่างสารเอทิลีนไกลคอลและไดเมทิลเทอพาทาเลต หรือระหว่างสารเอทิลีนไกลคอลและกรดเทอพาทาลิก พลาสติกเพทนี้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มีเนื้อใส (A-PET) และกลุ่มที่เป็นผลึกสีขาว (C-PET) เพทมีคุณสมบัติที่สามารถทำเป็นพลาสติกที่มีลักษณะกึ่งแข็งไปจนถึงเป็นของแข็งได้โดยการปรับความหนา และมีน้ำหนักเบา กันก๊าซและแอลกอฮอล์ได้ดี 
ใช้ทำถังพลาสติก ขวดพลาสติก ภาชนะใส่อาหารชนิดใส ของเล่น ไม้บรรทัดพลาสติก โครงด้านนอกของโทรทัศน์ ชิ้นส่วนตู้เย็น ชิ้นส่วนภายในรถยนต์ นอกจากนี้ ยังใช้ผลิตโฟมกันกระแทกอีกด้วย

การใช้งาน

      ใช้ทำถังพลาสติก ขวดพลาสติก ภาชนะใส่อาหารชนิดใส ของเล่น ไม้บรรทัดพลาสติก โครงด้านนอกของโทรทัศน์ ชิ้นส่วนตู้เย็น ชิ้นส่วนภายในรถยนต์ นอกจากนี้ยังใช้ผลิตโฟมกันกระแทกอีกด้วย

13istock
uPVCPolycarbonate(PC)

 

7.ความแตกต่างระหว่าง ยูพีวีซีหรือไวนิล และพอลิโพรไพลีน(พีพี )

      พีพี หรือพอลิโพรไพลีน Polypropylene เป็นเทอร์โมพลาสติก พอลิเมอร์ที่มีโครงสร้างเป็นเส้นตรงประกอบด้วยโมโนเมอร์ของพอลิโพรไพลีน หลายๆ ตัว เกิดจากปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชันของก๊าซ โพรไพลีน โดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาเป็นสารประกอบพวกโลหะ เช่น ไทเทเนียมคลอไรด์ การใช้ชนิดของตัวเร่งปฏิกิริยาและสภาวะของการเกิดปฏิกิริยาที่แตกต่างกัน ทำให้ได้พอลิโพรไพลีนที่มีการจัดเรียงโครงสร้างต่างกัน 3 ชนิดคือ isotactic syndiotactic และ atactic ขึ้นอยู่กับทิศทางการจับของหมู่เมธิลกับอะตอมคาร์บอน พอลิโพรไพลีนชนิด isotactic นำมาผลิตเป็นพลาสติกใช้อยู่โดยทั่วไป เนื่องจากโครงสร้างมีการจัดเรียงของหมู่เมธิลอยู่ด้านเดียวกันอย่างเป็นระเบียบจึงมีความเป็นผลึกสูง ทำให้พอลิเมอร์มีความแข็ง ทนทาน

การใช้งาน

      ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพอลิโพรไพลีนที่พบเสมอคือ กล่องเครื่องมือ กระเป๋า ปกแฟ้มเอกสาร กล่องและตลับเครื่องสำอาง เครื่องใช้ในครัวเรือน กล่องบรรจุอาหาร อุปกรณ์ของรถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุบรรจุภัณฑ์ในอุตสาหกรรม อุปกรณ์ทางการแพทย์ ขวดใส่สารเคมี กระป๋องน้ำมันเครื่อง กระสอบข้าว และถุงบรรจุปุ๋ย

13288328
uPVCAcrylonitrile-butadiene-styrene(ABS)

 

8.ความแตกต่างระหว่าง ยูพีวีซีหรือไวนิล และโพลีสไตรีน (พีเอส)

   โพลีสไตรีน (อังกฤษ: Polystyrene, PS) เป็นพลาสติกที่ผลิตขึ้นมาจากสไตรีนโมโนเมอร์ ซึ่งเป็นสารไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากปิโตรเลียม โพลีสไตรีนเป็นพลาสติกชนิดเทอร์โมพลาสติก โพลีสไตรีนแข็งที่บริสุทธิ์จะไม่มีสี ใส แต่สามารถทำเป็นสีต่าง ๆได้ และยืดหยุ่นได้จำกัด

   โพลีสไตรีนที่ใช้กันอยู่ทั่วไปส่วนใหญ่เป็นชนิดที่เรียกว่า expanded polystyrene (EPS) เป็นชนิดที่ได้จากการผสมโพลีสไตรีนร้อยละ 90-95 กับสารทำให้ขยายตัว (ที่ใช้กันมากคือเพนเทนหรือคาร์บอนไดออกไซด์ เมื่อก่อนใช้ ซีเอฟซี ซึ่งเป็นสารทำลายชั้นโอโซน) ร้อยละ 5-10 พลาสติกที่เป็นของแข็งถูกทำให้เป็นโฟมโดยการใช้ความร้อน (มักเป็นไอน้ำ) โพลีสไตรีนอีกชนิดหนึ่งคือ Extruded polystyrene (XPS) มีชื่อทางการค้าที่แพร่หลายคือ Styrofoam เป็นชนิดที่มีการเติมอากาศไว้ในช่องว่างตามเนื้อโฟมทำให้มีค่าการนำความร้อนต่ำ ใช้ในงานก่อสร้าง และใช้เป็นฉนวนกันความร้อนในอาคาร และยังมีชนิดที่เป็นแผ่นเรียกว่า Polystyrene Paper Foam (PSP) ใช้เป็นภาชนะบรรจุอาหาร เช่นกล่องหรือถาดใส่อาหาร เบนซีน (เป็นสารก่อมะเร็ง)

ยูพีวีซีหรือไวนิล กับการใช้งานทั่วโลก

ทำไม ผลิตภัณฑ์ พีวีซี และ ยูพีวีซีหรือไวนิล ถึงได้มีการใช้งานมากทั่วโลก โดยเฉพาะงานก่อสร้าง
    ความสามารถในการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เป็นเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัวของผลิตภัณฑ์พีวีซี และทำให้ได้รับความนิยมแพร่หลายทั่วโลก นอกจากจะง่ายต่อการสร้างตามงานดีไซน์แล้ว ผลิตภัณฑ์พีวีซียังมีคุณสมบัติที่น่าทึ่งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความเบา อายุการใช้งานที่ยาวนับ 30 ปี ความคงทนต่อสภาพอากาศ รังสียูวี ความร้อน ความชื้น ไม่ย่อยสลายหรือบวมในน้ำ และยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองที่เสียไปกับงานโครงสร้างอีกด้วย

   ประโยชน์อีกอันหนึ่งในการใช้ พีวีซี คือ การช่วยลดการทำลายป่าไม้และธรรมชาติ ที่นับวันจะร่อยหรอลงเรื่อยๆ ประเทศพัฒนาหลักๆของโลกเช่น อเมริกา อังกฤษ ประเทศในยุโรป และ ออสเตรเลีย ได้มีการใช้ พีวีซีในอุตสาหกรรมก่อสร้างอย่างกว้างขวางและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี

ประเทศที่มีการผลิตผลิตภัณฑ์พีวีซีก็มีมากขึ้น และยอดการผลิต และจำหน่ายทั้งในและนอกประเทศก็มากขึ้นกว่าเท่าตัว

grahp

Figure: www.pvc.org

ประโยชน์การใช้งานจาก พีวีซี

    ได้มีการวิจัยและศึกษาทั้งในเชิงการศึกษาและเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับผลประโยชน์ในการใช้พีวีซีมาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในงานศึกษาเชิงปฏิบัติได้ทำการศึกษาโปรเจ็คปรับปรุงบ้านที่เมืองบิลเล่ย์เฟล์ด ณ ประเทศเยอรมัน ทีมที่ทำการศึกษาได้ทำการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ระหว่างการใช้งานผลิตภัณฑ์พีวีซีกับการลดค่าใช้จ่าย โดยวัดจากค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้นหากไม่ได้ใช้วัสดุพีวีซีในงานก่อสร้างและปรับปรุง ผลลัพธ์จากงานศึกษาแสดงให้เห็นว่าจำนวนค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองเพิ่มขึ้นถึง 2,250 ยูโร ต่อหนึ่งห้องอพาร์ทเมนท์ หากใช้วัสดุอื่นๆในงานปรับปรุงแก้ไข

   อีกงานวิจัยหนึ่งเชิงการศึกษาได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับ สภาพแวดล้อมของอาคารแห่งหนึ่งซึ่งสร้างด้วยวัสดุพีวีซี โดยทางศูนย์วิจัยด้านอุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์แห่งประเทศออสเตรเลียได้เป็นผู้จัดตั้งการวิจัย และผลลัพธ์ได้สรุปออกมาว่าวัสดุพีวีซีไม่ได้มีส่วนทำให้สภาพแวดล้อมรอบข้างอาคารดังกล่าวเสียไปแต่อย่างใด และหากเปรียบเทียบกับการใช้วัสดุอื่นๆที่ไม่ใช่พีวีซี ผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมก็ใกล้เคียงกัน เพราะฉะนั้นทางศูนย์วิจัยด้านอุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์แห่งประเทศออสเตรเลียได้ลงมติว่า วัสดุพีวีซี ไม่ได้ทำให้สภาพแวดล้อมเสียไปแต่อย่างใด


ยูพีวีซีหรือไวนิล กับความปลอดภัย

พลาสติกคืออะไรและข้อมูลเกี่ยวกับการรีไซเคิล

      พลาสติกเป็นวัสดุที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากความสะดวกในการใช้ ราคาไม่แพง น้ำหนักเบา และสามารถทำให้เป็นรูปร่างต่าง ๆ เช่น ฟิล์มหรือไฟเบอร์ ได้ พลาสติกเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์โดยเป็นวัสดุสำหรับการผลิตของเล่น ภาชนะใส่อาหาร เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น เลนส์ ส่วนประกอบในสายไฟท่อน้ำ อุปกรณ์ประกอบในรถยนต์ สารเคลือบภายในกระป๋องหรือกล่องบรรจุอาหาร เป็นต้น อย่างไรก็ตามปัจจุบันความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ความปลอดภัย และการบังคับควบคุมการใช้พลาสติกยังไม่ทันสมัยเพียงพอดังนั้นการรู้จักพลาสติกชนิดต่างๆจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตในปัจจุบัน

      พลาสติกเป็นพอลิเมอร์ที่ได้จากการโพลิเมอไรเซชั่น ของโมโนเมอร์ภายใต้ความร้อนและความดันสูง ในการผลิตจะต้องมีสารเติมแต่งหลายชนิด ได้แก่พลาสติกไซเซอร์ (plasticizer) ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น, สารกรองยูวี (UV filter) ป้องกันแสง, สารต้านไฟฟ้าสถิต, สารต้านการติดไฟ, สี, สารต้านการเกิดออกซิเดชั่น, โลหะหนัก เช่น แคดเมี่ยม ปรอท และตะกั่วเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสารเคมีที่ต้องเติมเพื่อช่วยในขั้นตอนการผลิตเช่นทำให้หลุดจากแม่พิมพ์ (moldrelease)

      พัฒนาการของพลาสติกเริ่มจากการใช้วัตถุดิบธรรมชาติ เช่น หมากฝรั่งเชลแล็ค ต่อมามีการปรับปรุงโครงสร้างทางเคมีของวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น ยางธรรมชาติไนโตรเซลลูโลส คอลลาเจน จนกระทั่งเกิดการพัฒนาโมเลกุลสังเคราะห์ในที่สุด เช่น พวกสารอีพอกซี่โพลีไวนิลคลอไรด์ โพลีเอธิลีน

      ในช่วงคริสศตวรรษ 1990 ได้มีการนำพลาสติกกลับมาเวียนทำใหม่ (plastic recycling program) พลาสติกกลุ่ม thermoplasticสามารถนำกลับมาหลอมและใช้ใหม่ได้ ส่วนกลุ่ม thermoset สามารถนำมาบดและใช้เป็น filler ปัจจุบันมีการแบ่งประเภทของผลิตภัณฑ์จากพลาสติกตามชนิดของพลาสติกเพื่อประโยชน์ในการเวียนทำใหม่ โดยให้สัญลักษณ์เป็นตัวเลข ดังนี้

plast

อ่านเพิ่มเติม

upvc1

Figure: www.pvc.org

1.วัสดุพีวีซี ยังสามารถลดการใช้พลังงานธรรมชาติได้เป็นอย่างดี เพราะวัสดุพีวีซีนั้นเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดีถึง 3 เท่าของวัสดุอลูมิเนียม ผลิตภัณฑ์ประเภทกรอบประตูและหน้าต่างที่ทำจาก พีวีซีจึงช่วยลดการใช้งานของแอร์และค่าไฟ

2.พีวีซีสามารถรีไซเคิลได้ 100% ซึ่งช่วยในการลดการใช้วัสดุธรรมชาติ

3.พีวีซีเป็นวัสดุที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 5-50 ปี ซึ่งช่วยในการลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง หากใช้วัสดุอื่น ลดการใช้พลังงานธรรมชาติ และลดการปลดปล่อยสาร คาร์บอนไดออกไซด์ จากการต้องซ่อมบำรุง

การเกิดเปลวไฟ (Flammability)

ความง่ายของการเกิดเปลวไฟ โดยจะวัดได้ในรูปของ Limiting Oxygen Index Test (LOI) ซึ่งเป็นความเข้มข้นของออกซิเจน/ไนโตรเจน ที่จำเป็นในการทำให้เกิดการเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง (อากาศมีออกซิเจน 21%)วัสดุที่มีLOI สูงกว่า 21% จะไม่ติดไฟที่อุณหภูมิห้อง แต่ถ้า LOI ต่ำกว่า 25% วัสดุนั้นจะสามารถติดไฟได้ จากการให้ความร้อนสูง

สำหรับPVC แข็งและนิ่มนั้นจะมีค่า LOI อยู่ในช่วง 45-50% และ 21-36% ตามลำดับ ซึ่งจะเห็นได้ว่าโดยทั่วไปแล้วพีวีซีแข็ง และนิ่ม จะไม่ติดไฟด้วยตนเอง ถ้าไม่มีแหล่งความร้อนอื่นๆ


ปริมาณความร้อนที่ปล่อยออกมาและการลุกลามของไฟ

พีวีซีมีอัตราการปลดปล่อยความร้อนที่ช้ากว่าจึงทำให้วัสดุข้างเคียงเกิดการติด ไฟได้ยาก จากการทดสอบการเผาไหม้ของพีวีซีในประเทศต่างๆพบว่า พีวีซีเป็นวัสดุที่ดีที่สุดในการใช้งานประเภทวัสดุก่อสร้าง เพราะเมื่อเกิดการเผาไหม้พีวีซีจะไม่หยุด แต่จะเกิดเป็นก้อนคาร์บอน และก๊าซของกรดเกลือ(HCL)ซึ่งจะขัดขวางการลุกลามของไฟ


 
 

 




Unicorn Union Co.,Ltd

342/53-54  Phetkhasem 95 Road  Aomnoi  khathumbhan Samutsakhon  74130

Tel . 02-4207634   Fax . 02-4207631

www.unicorn-skyhigh.com

   


Copyright (c) 2010 by Unicorn union